🌅 ชาติภูมิและชีวิตวัยเยาว์
เด็กชายดูลย์เติบโตในครอบครัวชาวบ้านชนบทอีสานที่เคร่งในศีลธรรม มีพื้นเพเป็นชาวกัมพูชาพูดเขมร ท่านช่วยบิดามารดาทำไร่นา เลี้ยงควาย และช่วยงานวัด เป็นคนสุขุม นิ่ง เงียบ แต่มีความตั้งมั่น ชอบฟังพระสวด ฟังธรรม และฝึกสมาธิด้วยตนเองตั้งแต่วัยเยาว์
📿 การบรรพชาอุปสมบทและการศึกษาในพระศาสนา
หลวงปู่ดูลย์อุปสมบทเมื่ออายุประมาณ ๒๒ ปี (พ.ศ. ๒๔๕๓) ณ วัดจุมพลสุทธาวาส จังหวัดสุรินทร์ โดยมีพระครูวิมลศีลพรตเป็นพระอุปัชฌาย์ สังกัดคณะธรรมยุต ได้รับฉายาว่า “อตุโล” แปลว่า “ผู้ไม่ทัดเทียม ไม่มีใครเปรียบ”:contentReference[oaicite:3]{index=3}
เมื่อแรกบวช ท่านมุ่งปฏิบัติกรรมฐานอย่างเอาจริงเอาจัง ต่อมาจึงเดินทางไปศึกษาพระปริยัติที่วัดสุปัฏนาราม จ.อุบลราชธานี จนสอบได้นักธรรมชั้นตรี เป็นพระรูปแรกของจังหวัดที่สอบได้นักธรรมในสมัยนั้น และศึกษาพระบาลีไวยากรณ์ (มูลกัจจายน์) สามารถแปลธัมมปทคาถาได้อย่างแตกฉาน:contentReference[oaicite:4]{index=4}
ในเวลาต่อมา ท่านได้ญัตติเปลี่ยนมาอยู่ในคณะธรรมยุตอย่างเต็มตัว และเริ่มออกธุดงค์ไปตามสถานที่สงัดในอีสาน เพื่ออบรมจิตและฝึกตนอย่างเข้มข้น
🌲 การพบหลวงปู่มั่น และการภาวนาสายป่า
เหตุการณ์สำคัญที่สุดในชีวิตสมณะของหลวงปู่ดูลย์ คือการได้พบ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต เมื่อท่านไปศึกษาต่อที่ภาคอีสานตอนบน หลวงปู่มั่นเพิ่งกลับจากภาคเหนือและเริ่มเผยแพร่แนวทางวิปัสสนากรรมฐานสายป่าอีกครั้ง:contentReference[oaicite:5]{index=5}
เพียงฟังธรรมจากหลวงปู่มั่นครั้งแรก หลวงปู่ดูลย์เกิดความซาบซึ้งอย่างลึกซึ้ง รู้ชัดว่า “นี่คือครูบาอาจารย์แท้” จึงปวารณาเป็นศิษย์และร่วมธุดงค์ติดตามอบรมธรรม เดินทางไปในป่าเขา ถ้ำ และสถานที่อันเปลี่ยวสงัดหลายแห่ง
- เน้นการภาวนาคำว่า “พุทโธ” หรือการรู้ตัวทั่วพร้อม เพื่อระลึกรู้จิตในปัจจุบันขณะ
- ธุดงค์อยู่ตามป่าดงดิบ ภูเขา และหมู่บ้านห่างไกล เพื่อฝึกความอดทนและละอัตตา
- ตั้งใจรักษาศีลอย่างบริสุทธิ์ยิ่ง ถือวัตรปฏิบัติเคร่งครัด ไม่ยอมผ่อนปรนแม้เพียงเล็กน้อย
🏛️ การพัฒนาวัดบูรพาราม และภารกิจคณะสงฆ์
ภายหลังจากธุดงค์และภาวนามานานหลายปี พระผู้ใหญ่ในคณะธรรมยุตเห็นความเหมาะสมและศักยภาพของท่าน จึงนิมนต์หลวงปู่ดูลย์ให้กลับมาจังหวัดสุรินทร์ เพื่อบูรณะและฟื้นฟูวัดบูรพาราม ให้เป็นศูนย์กลางพระกรรมฐานและการเผยแผ่ธรรมของภาคอีสานตอนล่าง:contentReference[oaicite:7]{index=7}
- พ.ศ. ๒๔๗๗ – รักษาการเจ้าอาวาสวัดบูรพาราม
- พ.ศ. ๒๔๗๘–๒๔๙๓ – ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะอำเภอรัตนบุรี ธรรมยุต
- พ.ศ. ๒๕๐๑ – เป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองสุรินทร์ ธรรมยุต
- พ.ศ. ๒๕๐๑–๒๕๒๖ – เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ ธรรมยุต และเป็นพระอุปัชฌาย์:contentReference[oaicite:8]{index=8}
- พัฒนาวัดบูรพารามจากวัดเก่าทรุดโทรม ให้กลายเป็นวัดหลักของเมืองสุรินทร์
- เป็นที่พึ่งทางใจของชาวสุร