หลวงปู่ชอบ ฐานสโม
ยอดพระธุดงค์แห่งภูผา • วัดป่าสัมมานุสรณ์ บ้านโคกมน จังหวัดเลย
ชาติกำเนิดและภาพรวมชีวิต
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม เดิมชื่อ “บ่อ แก้วสุวรรณ” (บางบันทึกเรียก “หนูบ่อ”) เกิดเมื่อวันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2444 ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 3 ปีฉลู ณ บ้านโคกมน ตำบลผาน้อย อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ในครอบครัวชาวนาเรียบง่าย บิดาชื่อโยมมอ มารดาชื่อโยมพิลา แก้วสุวรรณ ท่านเป็นหนึ่งในบุตรสี่คนของครอบครัว
ท่านเติบโตท่ามกลางธรรมชาติ ป่าเขา และวิถีพื้นบ้านแบบอีสาน ทำให้จิตใจโน้มเอียงไปทางความสงบสันโดษ คุ้นเคยกับวัดวาและพระสงฆ์ ตั้งแต่ยังเยาว์ ท่านจึงมีศรัทธาแน่นแฟ้นในพระรัตนตรัยตั้งแต่ต้น ซึ่งต่อมากลายเป็นพื้นฐานสำคัญให้ท่านก้าวสู่เส้นทางนักบวชสายวัดป่าอย่างมั่นคง
จากลูกชาวนาแห่งโคกมน สู่วิถีสมณะ
ในวัยเด็ก หลวงปู่ชอบช่วยครอบครัวทำไร่ทำนา เลี้ยงควาย ตามวิถีคนบ้านนอกอีสาน ชีวิตเรียบง่ายแต่แฝงความขยันอดทน ต่อมาท่านเริ่มคุ้นเคยกับคำสอนของพระสงฆ์ เห็นคุณค่าของศีลธรรม ชอบไปวัด ฟังพระสวดมนต์ และเกิดศรัทธาอยากบวชตั้งแต่วัยหนุ่ม
อายุ 19 ปี ท่านตัดสินใจบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดบ้านนาแก (หรือวัดบ้านนาคา/นาคู ในแถบหนองบัวลำภูในปัจจุบัน) ศึกษาพระธรรมวินัยและฝึกฝนข้อวัตรอย่างจริงจังอยู่หลายปี เป็นสามเณรที่รู้จักอดทน เคร่งครัด และเคารพครูบาอาจารย์
-
พ.ศ. 2463 (โดยประมาณ)อายุ 19 ปี บรรพชาเป็นสามเณร ศึกษาธรรมในสำนักเรียนท้องถิ่น แถบหนองบัวลำภู
-
ช่วงวัยหนุ่มฝึกความอดทน รู้จักความลำบากจากชีวิตชาวไร่ชาวนา กลายเป็นพื้นฐานของความเพียรเด็ดเดี่ยวในภายหลัง
• ใจแข็งแกร่ง อดทนต่อความลำบากจากการทำไร่ทำนา
• ศรัทธาในพระพุทธศาสนา ตั้งใจบวชและอยู่ในสมณะเพศอย่างแน่วแน่
• นิสัยมักน้อย รักความสงบ ไม่คลุกคลีอบายมุข
รับฉายา “ฐานสโม” และก้าวสู่สายวัดป่า
หลวงปู่ชอบอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่ออายุ 23 ปี วันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2467 ณ วัดศรีธรรมาราม จังหวัดยโสธร โดยมีพระครูวิจิตรวิสุทธิจารย์เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้รับฉายา “ฐานสโม” หมายถึงผู้ตั้งมั่นอยู่ในฐานะแห่งธรรม
หลังอุปสมบท ท่านได้ศึกษาพระปริยัติธรรม ควบคู่ไปกับการฝึกสมถกรรมฐาน มีนิสัยมักน้อยสันโดษ ไม่สนใจลาภยศ ท่านให้ความสำคัญกับการภาวนาเหนือกว่างานอื่น เลือกคบหาครูบาอาจารย์สายป่าที่เน้นความเคร่งครัดในพระธรรมวินัยและข้อวัตรธุดงค์
• ศึกษาปริยัติพอให้เข้าใจหลัก แล้วมุ่งปฏิบัติให้เข้าถึงใจ
• ยึดถือพระวินัยเป็นกรอบชีวิต เพิ่มศรัทธาให้มั่นคงในสมณะเพศ
• ให้ความสำคัญกับ “สติ” ในทุกอิริยาบถ เดิน นั่ง ยืน นอน
ยอดนักภาวนาผู้กล้าหาญในดงลึก
ภายหลังอุปสมบท หลวงปู่ชอบได้มีโอกาสพบและฝากตัวเป็นศิษย์ของ หลวงปู่มั่น ภูริทตฺโต พระอาจารย์ใหญ่สายวัดป่ากัมมัฏฐาน หลวงปู่มั่นเห็นอุปนิสัยอันกล้าหาญ เด็ดเดี่ยว และมักน้อยของท่าน จึงเมตตาอบรมสั่งสอนอย่างใกล้ชิด และชมเชยความเพียรทางจิตอยู่เสมอ
หลวงปู่ชอบชอบวิเวกเป็นพิเศษ ใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในป่า ภูเขา ถ้ำ และป่าช้า ออกธุดงค์ไปตามแนวชายแดนไทย–ลาว ภาคอีสานและภาคเหนือ พบเจอทั้งสัตว์ร้าย ภูตผี ความลำบากจากความหนาวและความหิว แต่ท่านใช้โอกาสเหล่านั้นฝึกจิตให้ไม่หวั่นไหว ด้วยสติและเมตตาภาวนา
-
ช่วง พ.ศ. 2470–2490ธุดงค์ติดตามหลวงปู่มั่นและครูบาอาจารย์สายป่า เดินทางผ่านสกลนคร นครพนม เลย เชียงใหม่ เชียงราย และเขตลาว
-
กลางพุทธศตวรรษที่ 25เป็นที่ยอมรับในหมู่ศิษย์สายหลวงปู่มั่นว่า หลวงปู่ชอบเป็นผู้เพียรเด็ดเดี่ยว กล้าหาญในธุดงควัตร และมีสมาธิภาวนาลึกซึ้ง
• ชอบอยู่ป่าลึก ภูเขา โคนไม้ และป่าช้า มากกว่าวัดใหญ่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน
• บางครั้งออกเดินจงกรมกลางคืนในป่าที่มีเสือหมี ด้วยใจกล้าและเมตตา
• ใช้เมตตาภาวนาแผ่ไปยังสัตว์ร้ายและสรรพชีวิต ถือว่าทุกตนต่างแสวงหาความพ้นทุกข์
จากผู้แสวงวิเวก สู่การบุกเบิกสำนักปฏิบัติธรรม
แม้หลวงปู่ชอบจะรักความสงบและไม่ชอบงานทางโลก แต่ด้วยศรัทธาของชาวบ้าน และคำเชิญของผู้ศรัทธา ทำให้ท่านต้องรับภาระสร้างและบุกเบิกวัดสายป่าหลายแห่ง เพื่อเป็นสถานที่ให้พุทธบริษัทได้ฝึกปฏิบัติธรรม
แหล่งสำคัญที่เกี่ยวข้องกับท่าน เช่น วัดป่าที่ฝั่งลาวบางแห่ง และโดยเฉพาะ “วัดป่าสัมมานุสรณ์ บ้านโคกมน จังหวัดเลย” ซึ่งถือเป็นสำนักใหญ่ของท่าน ท่านใช้เวลาอบรมชาวบ้านให้เลิกเชื่อผีสางไสยศาสตร์ หันมานับถือพระรัตนตรัยและตั้งใจรักษาศีล ฟังธรรม และเจริญภาวนา
🌳 วัดป่าสัมมานุสรณ์ บ้านโคกมน จ.เลย 🕯️ สำนักปฏิบัติธรรมที่ฝั่งลาว บริเวณเวียงจันทน์และเมืองต่าง ๆ ⛰️ ถ้ำ–ป่าลึกในภาคเหนือและอีสาน ที่ใช้เป็นที่ภาวนา
มักน้อย สันโดษ เด็ดเดี่ยวในธรรม
หลวงปู่ชอบเป็นที่ยกย่องในหมู่พระธุดงค์กรรมฐานว่า เป็นผู้มีนิสัยมักน้อย สันโดษ รักความวิเวกเป็นพิเศษ ท่านไม่สะสมปัจจัยหรือสิ่งของใดเกินจำเป็น ฉันอาหารอย่างเรียบง่าย ใช้ของเท่าที่จำเป็นต่อการดำรงชีพในสมณะเพศ
ท่านมีความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ทั้งทางกายและทางใจ สามารถอยู่ในป่าลึกที่เต็มไปด้วยสัตว์ร้าย โดยตั้งมั่นในสติและสมาธิ ศิษย์ต่างเชื่อมั่นในพลังเมตตาและสมาธิอันแน่วแน่ของท่าน ว่าสามารถปกป้องคุ้มครองผู้ปฏิบัติให้พ้นภัยอันตรายในดงลึกได้
• กล้าหาญในธุดงควัตร ไม่ครั่นคร้ามป่าเขาและสัตว์ร้าย
• เปี่ยมเมตตา แต่ในขณะเดียวกันก็เข้มงวดในวินัยและการภาวนา
• รักษาศีลและวินัยอย่างเคร่งครัด ไม่ยอมผ่อนปรนเพื่อความสะดวกสบาย
• กำหนดให้ตนเองภาวนาอย่างสม่ำเสมอ ทั้งเดินจงกรมและนั่งสมาธิวันละหลายชั่วโมง
• ใช้เมตตาภาวนาเป็นอารมณ์หลัก เมื่ออยู่ในป่าลึกหรือเผชิญเหตุการณ์น่ากลัว
• ไม่คลุกคลีหมู่คณะเกินจำเป็น เพื่อรักษาความสงบของใจ
เมตตาธรรมอันไพศาล & ศิษยานุศิษย์มากมาย
แม้หลวงปู่ชอบจะไม่เน้นการแต่งหนังสือด้วยตนเอง แต่คำสอนของท่านได้รับการจดบันทึก ถ่ายทอด และเรียบเรียงเป็นหนังสือโดยศิษย์และผู้ใกล้ชิดมากมาย เรื่องราวส่วนหนึ่งกล่าวถึงความเมตตากว้างใหญ่ของท่าน และอุบายธรรมที่พูดจาตรงไปตรงมา แต่เต็มไปด้วยความเมตตาและเมตตากรุณา
นอกจากนี้ ท่านยังเป็นครูของพระกรรมฐานหลายรูป ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นครูบาอาจารย์สำคัญในยุคปัจจุบัน ทำให้สายธรรมของหลวงปู่มั่นถูกสืบทอดผ่านหลวงปู่ชอบไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั้งในประเทศไทยและในต่างประเทศ
• แบบอย่างของพระธุดงค์ผู้มักน้อย สันโดษ และเด็ดเดี่ยวในความเพียร
• การบุกเบิกวัดป่าและสำนักปฏิบัติธรรม ทั้งในไทยและลาว ให้เป็นที่พึ่งทางใจของชาวบ้าน
• คำสอนเกี่ยวกับการเจริญสติ สมถะ–วิปัสสนา ที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง เข้าใจง่าย
• ศิษยานุศิษย์จำนวนมากที่รับถ่ายทอดแนวทางภาวนาของท่านไปสืบต่อ
เมื่อกายแตกดับ แต่ธรรมไม่ดับตาม
ในบั้นปลายชีวิต หลวงปู่ชอบเริ่มอาพาธด้วยโรคหลอดเลือดสมอง เมื่อราว พ.ศ. 2515 สุขภาพร่างกายอ่อนกำลังลง แต่ท่านยังคงแสดงธรรม อบรมศิษย์ และให้โอวาทแก่ญาติโยม ด้วยเมตตาและความสงบเย็นเช่นเดิม
หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ละสังขารเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2538 ขณะอายุ 91 ปี 11 เดือน 27 วัน สิริพรรษา 71 แม้สรีระจะดับไป แต่คุณงามความดี ปฏิปทา และมรดกธรรมของท่าน ยังคงเป็นแสงสว่างให้ผู้แสวงหาทางหลุดพ้นได้เดินตามต่อไป
• ความเพียรไม่ถอย แม้ชีวิตจะเต็มไปด้วยความลำบากในป่าเขา
• มักน้อย สันโดษ ใช้ชีวิตเรียบง่ายในสมณะเพศจนวาระสุดท้าย
• เมตตากว้างใหญ่ ครอบคลุมทั้งมนุษย์และสัตว์ป่าในดงลึก
• ความเด็ดเดี่ยวในธรรม ที่ไม่หวั่นไหวตามกระแสโลก